Uncategorized

พาหะนำโรคไข้เลือดออก

Posted on

พาหะนำโรคไข้เลือดออก ยุงลายเป็นแมลงจำพวกหนึ่ง ในประเทศไทยมียุงลายมากกว่า 100 ชนิด แต่ที่เป็นพาหะ นำโรคไข้เลือดออกมีอยู่ 2 ชนิด คือ ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เป็นพาหะหลัก และยุงลายสวน (Aedes albopictus) เป็นพาหะรอง ในวงจรชีวิตของยุงลายประกอบด้วยระยะต่างๆ 4 ระยะ ได้แก่ ระยะไข่, ระยะตัวอ่อน (ลูกน้ำ) ระยะดักแด้หรือตัวกลางวัย (ตัวโม่ง), และ ระยะตัวเต็มวัย (ตัวยุง) ทั้ง 4 ระยะมีความแตกต่างกันทั้งรูปร่างลักษณะและการดำรงชีวิต ระยะตัวเต็มวัย (ตัวยุง) 1.ร่าง กายอ่อนนุ่ม เปราะบาง แบ่งเป็น 3 ส่วนแยกออกจากกันเห็นได้ชัดเจนคือ ส่วนหัว ส่วนอกและส่วนท้อง ลำตัวยาวประมาณ 4-6 มม. มีเกล็ดสีดำสลับขาวตามลำตัวรวมทั้งส่วนหัวและ ส่วนอกด้วย 2.มีขา 3 คู่ (6 ขา) อยู่ที่ส่วนอก ขามีสีดำสลับขาวเป็นปล้องๆ […]

Share
Uncategorized

เครื่องพ่นหมอกควัน,เครื่องพ่นยุง

Posted on

เครื่องพ่นหมอกควัน,เครื่องพ่นยุง การทำงานของเครื่องพ่นหมอกควัน,เครื่องพ่นยุงเป็นระบบเจ็ท (Pulse Jet) หมายถึง การจุดระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่อย่างอัตโนมัติ โดยการจุดระเบิดครั้งแรกจะทำให้เกิดสภาพเป็นสุญญากาศสามารถดูดไอน้ำมันเบนซิน ที่ใช้ หรือ น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 และอากาศจากภายนอกให้เข้ามาแทนที่และจุดระเบิดจะใช้ความร้อนในการดันเม็ดน้ำยาออกไป โดยจะแบ่งระบบการทำงานออกเป็น 3 ระบบ คือ ระบบไฟ ระบบอากาศ ระบบน้ำมัน โดยกำหนดไว้ว่าทั้ง 3 ระบบนี้ต้องครบถ้วนสมบูรณ์เครื่องถึงจะใช้งานได้ แต่ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งเครื่องจะไม่สามารถใช้งานได้เลย โดยเมื่อมีระบบทั้ง 3 ครบแล้ว เมื่อเครื่องติดระบบจะมีแรงดันจุดระเบิดให้เครื่องพร้อมพ่นสารได้ แรงดันความร้อนจะดันน้ำยาออกไปที่ปลายท่อเพื่อพ่นตัวน้ำยาออกไป ขนาดเม็ดน้ำยาควรจะมีขนาดระหว่าง 5 µm แต่ไม่เกิน 30 µm ถ้าเกิน 30 µm เม็ดน้ำยาจะหนักและทำให้เม็ดน้ำยาตกลงพื้นได้เร็วกว่าปกติจะไม่ได้ประสิทธิภาพในการพ่น แต่ถ้าต่ำกว่า 5 µm ก็ใช้ไม่ได้เพราะเม็ดน้ำยาโดนความร้อนก็จะระเหยหมดใช้ไม่ได้เช่นกัน การตรวจเช็คเครื่องพ่นหมอกควัน,เครื่องพ่นยุง การตรวจเช็คอย่างแรกต้องตรวจที่ระบบไฟก่อนใน 3 ระบบนี้ ดุที่หัวเทียนยังสามารถจุดประกายติดไหม น้ำมันที่ใช้ก็ต้องเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 หรือ น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 ก็  ส่วนระบบ อากาศเราจะดูตรวจเช็คดูที่แผ่นไดอะแฟรม […]

Share
Uncategorized

เครื่องพ่นสารเคมีกำจัดแมลง

Posted on

เครื่องพ่นสารเคมีกำจัดแมลง       ยุงลายเป็นแมลงบินที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย การกำจัดยุงลาย ที่ประหยัด มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย คือการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ซึ่งเป็นการกำจัดลูกน้ำ ยุงลายอย่างถาวร แต่ในความเป็นจริงการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกเกิดขึ้นเป็นประจำ วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกนั้นจะต้องลดการแพร่ กระจายของโรคให้ได้เร็วที่สุด คือ การควบคุมยุงตัวเต็มวัย โดยการใช้สารเคมีกำจัดแมลงชนิดถูกตัวตาย (สัมผัส) พ่นด้วยเครื่องพ่นสารเคมีให้สัมผัสตัวยุงลาย เทคนิคการพ่นสารเคมีให้สัมผัสแมลงบินที่ใช้ในปัจจุบัน       องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้เทคนิคการพ่นแบบฝอยละเอียด ขนาดเม็ดน้ำยาที่พ่นควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 5 µm-27 µm จึงจะมี ประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดแมลงบิน เพราะขนาดเม็ดน้ำยานี้จะลอยฟุ้งคลุมพื้นที่ได้นาน และไปได้ไกลตามกระแสลมธรรมชาติ ส่วนเม็ดน้ำยาที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่านี้จะไม่มีผลต่อแมลงบินใน พื้นที่ เพราะเม็ดน้ำยาจะลอยหายไปหรือตกลงดินเร็วเกินไปหากพ่นในที่โล่งหรือด้านใน อาคาร เม็ดน้ำยาที่มีขนาดใหญ่กว่า 50 µm จะตกลงดินภายในเวลาสั้น ๆ เมื่อหมดแรงส่งจากเครื่องพ่นนั้น ๆ จึงไม่มีผลต่อแมลงบินเลย       องค์การอนามัยโลกกำหนดวิธีการพ่นแบบฝอยละเอียดว่าควรมีขนาดเม็ดน้ำยาเล็กกว่า 50 µm เรียก aerosol droplet และวิธีการพ่นแบบฝอยละอองควรมีขนาดเม็ดน้ำยา […]

Share
Uncategorized

ทรายอะเบท คืออะไร

Posted on

ทรายอะเบท คืออะไร กระทรวงสาธารณสุขได้นำ ทรายอะเบท มาใช้เพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลายตามบ้านเรือนของประชาชนทั่วไปเพื่อป้องกันการระบาดของไข้เลือดออกซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ทรายอะเบทคืออะไรแตกต่างจากทรายที่เห็นกันอยู่ทั่วๆไปหรือไม่อย่างไร พ.ญ.มนทิรา ทองสาริ นายแพทย์ 9 วช.ด้านเวชกรรมป้องกัน รักษาการผู้อำนวยการกองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร อธิบายว่า ทรายอะเบท เป็นชื่อทางการค้าซึ่งความจริงแล้ว ทรายอะเบท เป็นเม็ดทรายที่ถูกเคลือบด้วยสารเคมี ในปัจจุบันเราจะใช้คำว่าทรายกำจัดลูกน้ำยุงลายหรือทรายทีมีฟอส แทนคำว่า ทรายอะเบท สารทีมีฟอสเป็นสารเคมีสังเคราะห์โดยมีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบสำคัญ สารทีมีฟอสออกพิษรุนแรงแรงต่อลูกน้ำของยุง หรือแมลงหวี่ เพราะฉะนั้นเราจึงใช้คุณสมบัติด้านนี้ของสารเคมีฟอสในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย สารนี้มีการผลิตได้หลายรูปแบบ เช่น ผลิตในรูปแบบน้ำ ผงหรือเป็นเม็ดแต่ที่นิยมใช้มากที่สุดคือการนำสารทีมีฟอสมาเคลือบเม็ดทรายที่เรียกว่าทรายทรายทีมีฟอส หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ทรายอะเบท ซึ่งส่วนใหญ่เม็ดทรายที่เคลือบมีสารออกฤทธิ์ 1% หรือ 2% เวลาใช้จะต้องนำไปใส่ในน้ำ อัตราส่วนการใช้ คือ ทรายอะเบท 1 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร โดยการคำนวณเปอร์เซ็นต์แยกต่างหาก ซึ่งสัดส่วนการใช้ทรายอะเบทจะมีสัดส่วนปรากฏอยู่ในแต่ละซอง เมื่อใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่มีน้ำขังจะป้องกันไม่ให้เกิดลูกน้ำได้นานประมาณ 3 เดือน ขอขอบคุณข้อมูลจาก : วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)    

Share